ประโยชน์ที่สมาชิกจะได้รับจากสหกรณ์


 (1)  เงินปันผล ตามหุ้นที่ชำระแล้วตามส่วนแห่งระยะเวลา ในอัตราที่ไม่เกินกว่ากฎกระทรวงกำหนด โดยที่สมาชิกไม่ต้องเสียภาษีเงินได้  
ในปี 2550 ที่ประชุมใหญ่จัดสรรเงินปันผลให้สมาชิกร้อยละ 5.45 ต่อปีสำหรับสมาชิกที่เข้าโครงการดอกเบี้ยสองระบบได้รับเงินปันผลร้อยละ  1.25 ต่อปี
        การรับเงินปันผลเฉลี่ยคืนประจำป ี2550 สมาชิกที่ได้รับหนังสือติดตามทวงถามหนี้(โนติส)และเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมติที่ประชุม
คณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 50 เห็นชอบให้จ่ายเงินปันผลเฉลี่ยคืนให้สมาชิก โดยอนุมัติหลักการให้สมาชิกที่ขอความอนุเคราะห์รับเงินปันผลเฉลี่ยคืนที่ถูกกันเงินไว้
รับเงินปันผลเฉลี่ยคืนได้ตามสิทธิโดยให้ติดตามเงินจากผู้กู้ที่ตนค้ำประกันให้มาชำระหนี้แก่สหกรณ์เงินต้นและดอกเบี้ย 1 งวด
   (2)  เงินเฉลี่ยคืน (เฉลี่ยคืนดอกเบี้ยที่สมาชิกเสียให้กับสหกรณ์ในระหว่างปี)  ในปี 2550 ที่ประชุมใหญ่
จัดสรรเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกในอัตราร้อยละ 11.30 ต่อปี
   (3) ดอกเบี้ยเงินฝาก สมาชิกจะได้รับดอกเบี้ยเงินฝากในอัตราที่สูงกว่าธนาคารพาณิชย์ทั่วไป และ
ได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนเงินฝากประจำสมาชิกต้องเสียภาษีร้อยละ 15 ของจำนวนเงินดอกเบี้ยที่ได้รับ
ดอกเบี้ยเงินกู้ สหกรณ์คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสถาบันการเงินอื่น ๆ   และได้รับการยกเว้นไม่ต้อง
เสียค่าธรรมเนียมการจัดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องนำมาจำนองเป็นหลักประกันเงินกู้
สวัสดิการ สมาชิกจะได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ตามระเบียบของสหกรณ์ดังนี้.

 

สวัสดิการที่สมาชิกจะได้รับ


เงินสวัสดิการเพื่อช่วยเหลือสมาชิกและครอบครัวกรณีเสียชีวิต
ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการ คือ สมาชิก คู่สมรส บุตร (ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) บิดามารดา ผู้อุปการะ
เกณฑ์การจ่ายเงิน  ใช้อายุการเป็นสมาชิกสหกรณ์เป็นเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้

อายุการเป็นสมาชิก

สมาชิกเสียชีวิต
(บาท)

ครอบครัวเสียชีวิต
(บาท)

ไม่เกิน 5 ปี

3,000

1,500

เกิน 5 ปี  ไม่เกิน  10 ปี

4,000

2,000

เกิน 10 ปี ไม่เกิน  15 ปี

5,000

2,500

เกิน  15 ปี ไม่เกิน  20 ปี

6,000

3,000

เกิน 20 ปี ถึง 25 ปี

7,000

3,500

25 ปี ขึ้นไป

8,000

4,000

เอกสารที่ใช้ประกอบการขอรับเงินสวัสดิการ มีดังนี้
(1)แบบคำขอตามที่สหกรณกำหนด
(2)ใบมรณบัตร
(3) บัตรประจำตัวผู้เสียชีวิตและผู้ขอรับเงิน
(4) ทะเบียนบ้าน (ของผู้เสียชีวิตต้องประทับตรา ตาย)
(5) กรณีชื่อสกุลไม่ตรงกับผู้เสียชีวิต ผู้รับเงินต้องมีหลักฐานการเปลี่ยนแปลงนามสกุล เช่น ใบทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนนามสกุล



เงินสวัสดิการบำเหน็จสมาชิก


ผู้มีสิทธิได้รับ คือ สมาชิกที่เกษียณอายุราชการ หรืออายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ (ปี 2550 ต้องเกิดปี พ.ศ.2489 – 2490)     และสมาชิกที่ถึงแก่กรรมในปี 2550
                เกณฑ์การจ่าย
จ่ายให้สมาชิกที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ และทายาทเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม (กรณีสมาชิกขอรับเงินบำเหน็จเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว ทายาทไม่มีสิทธิขอรับเมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม)
ต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี    วิธีการคำนวณใช้เกณฑ์อายุการเป็นสมาชิกและทุนเรือนหุ้น ทั้งนี้ไม่เกินจำนวนตามที่ระเบียบกำหนดไว้
                การขอรับเงิน  ในระหว่างปี 2550  ต้องยื่นเรื่องการขอรับเงินบำเหน็จต่อสหกรณ์ ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด ก่อนสิ้นปีทางบัญชี ( 31  ธันวาคม 2550)
                เงินบำเหน็จจะจ่ายให้เป็นปี ๆ ไป สมาชิกสามารถยื่นขอรับเงินบำเหน็จได้ภายในสองปีทางบัญชี

 

โครงการสวัสดิการพิเศษ
1. การประกันชีวิตกลุ่ม

มติที่ประชุมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 ให้เก็บเบี้ยประกันสมาชิก อายุ 15 ปี ถึง 65 ปี 230 บาท
อายุตั้งแต่ 65 ปี 1 วัน ถึง 74 ปี เก็บค่าเบี้ยประกัน 195 บาท สมาชิกสบทบเก็บ 195 บาททุกราย
คุ้มครองตามช่วงอายุ

1.สมาชิก 15 ปี - 65 ปี 65 ปี 1 วัน ถึง 70 ปี 70 ปี 1 วัน - 74 ปี
ค่าสินไหมทดแทน
700,000
350,000
300,000
ค่าเบี้ยประกัน/เดือน
230
195
195
ค่าเบี้ยประกัน/ปี
2,760
2,340
2,340

2.สมาชิกสบทบ 15 ปี - 65 ปี 65 ปี 1 วัน ถึง 70 ปี 70 ปี 1 วัน - 74 ปี
ค่าสินไหมทดแทน
600,000
350,000
300,000
ค่าเบี้ยประกัน/เดือน
195
195
195
ค่าเบี้ยประกัน/ปี
2,340
2,340
2,340

3.คู่สมรสของสมาชิก 15 ปี - 65 ปี 65 ปี 1 วัน ถึง 70 ปี 70 ปี 1 วัน - 74 ปี
ค่าสินไหมทดแทน
600,000
350,000
300,000
ค่าเบี้ยประกัน/เดือน
195
195
195
ค่าเบี้ยประกัน/ปี
2,340
2,340
2,340

4.บุตรสมาชิก อายุ 14 วันขึ้นไป
ค่าสินไหมทดแทน
600,000
ค่าเบี้ยประกัน/เดือน
195
ค่าเบี้ยประกัน/ปี
2,340

หมายเหตุ
- คู่สมรสและบุตรต้องตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลของรัฐ และแนบใบรับรองแพทย์
- สมาชิกและคู่สมรส ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จะต้องแนบประวัติ/รายงานการตรวจสุขภาพประจำปีทุกราย
- กรณีสมาชิกและคู่สมรสจดทะเบียนหย่าร้าง จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์

2. การประกันอุบัติเหตุ


ทุนประกัน 300,000 บาท
                คุ้มครองสมาชิกที่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหรือสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
                สหกรณ์ฯ เป็นผู้จ่ายค่าเบี้ยประกันให้สมาชิกทุกคน จำนวน 19,714 คน    (ณ วันที่ 31 มกราคม 2551)
                อัตราค่าเบี้ยประกันคนละ 160 บาท

หมายเหตุ
- สมาชิกที่เข้าใหม่-ลาออก ระหว่างปี (ตั้งแต่ 1 ก.พ.2551 - 31 ม.ค.2552 ) จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ของปี 2551 (สมาชิกที่เข้าใหม่ระหว่างปี จะได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ปีต่อไป



3. สวัสดิการเพื่อช่วยเหลือสมาชิกเมื่อประสบภัยพิบัติต่าง ๆ


สมาชิกผู้ประสบภัยพิบัติ แบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. อัคคีภัย
2. อุทกภัย
3. วาตภัย

การจ่ายเงิน
เงินช่วยเหลือสมาชิกผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ คณะกรรมการดำเนินการพิจรณาให้ตามสภาพความเสียหายจริง แต่ไม่เกินจำนวน 1,000 บาท

ผู้ขอรับเงินยื่นหลักฐานประกอบการขอรับเงินสวัสดิการฯ ดังนี้
1. แบบคำขอตามที่สหกรณ์กำหนด
2. หลักฐานที่ได้รับภัยพิบัติ
3. สำเนาทะเบียนบ้าน
4. สำเนาสมรส
5. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ทางราชการหรือสหกรณ์ออกให้
6. หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชาหรือกรรมการดำเนินการ

ทุนการศึกษาบุตรสมาชิก


วัตถุประสงค์
(1) เพื่อช่วยเหลือบุตรสมาชิกที่มีความประพฤติเรียบร้อยและขาดแคลนทุนทรัพย์
(2) เพื่อช่วยเหลือบุตรสมาชิกที่เรียนดี

ทุนมี 2 ประเภท
(1) ทุนเพื่อช่วยเหลือบุตรสมาชิกที่มีความประพฤติเรียบร้อยและขาดแคลนทุนทรัพย์ แบ่งเป็น
                                - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
                                - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
                                - ระดับอุดมศึกษาประเภทรายปี
(2)  ทุนเรียนดี ได้แก่ทุนระดับอุดมศึกษาประเภทต่อเนื่องจนจบหลักสูตร

คุณสมบัติของบุตรสมาชิกที่มีสิทธิขอรับทุน


(1)  ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างรับทุนการศึกษาประเภทต่อเนื่องใด
(2)  ไม่เป็นผู้ที่เคยได้รับทุนการศึกษาในระดับนั้นมาก่อน
(3)  เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 หรือเทียบเท่า
(4)  เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือเทียบเท่า
(5) เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษาปีที่ 1 หรือเทียบเท่า



เกณฑ์การจัดสรรทุนการศึกษา


ทุนเพื่อช่วยเหลือบุตรสมาชิก ที่กำลังศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือเทียบเท่า และระดับอุดมศึกษาประเภทรายปี
(ปีที่ 1) กำหนดจ่ายตามงบประมาณประจำปีที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ และมติที่ประชุมคณะกรรมการดำเนินการ ให้ได้รับทุนการศึกษาทุกคนที่ยื่นใบสมัครขอรับทุนการศึกษา
ทุนเรียนดี ระดับอุดมศึกษาต่อเนื่อง ทุนละ 8,000 บาทต่อปี กำหนดจ่ายภาคเรียนละ 4,000  บาทจนครบหลักสูตรนั้น หรือออกกลางคันอย่างใดอย่างหนึ่ง กรณีนี้ไม่มีผลย้อนหลัง ให้กำหนดปีละ 4 ทุน ให้แบ่งออกเป็น 2 สายสาขา คือ สายวิทย์ 2 ทุน  สายศิลป์หรือสายอาชีพ 2 ทุน

ในปี 2551 ที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2550 อนุมัติ ค่าทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิก จำนวน 2,000,000 บาท